เคลือบแก้ว หรือ เคลือบสี (แบบไหนดีที่สุด?) สำหรับคนรักรถ

เคลือบแก้ว หรือ เคลือบสี

สำหรับคนรักรถยนต์เป็นชีวิตจิตใจ แน่นอนว่าพวกเขาต้องไม่ชอบให้รถของพวกเขามีรอยขีดข่วนและมีสีรถที่เงางามให้เหมือนรถใหม่อยู่ตลอดเวลา ดังนั้นแล้ววิธีที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ด้วยการ เคลือบแก้ว หรือ เคลือบสี แต่ทั้งนี้แล้วทั้งสองมีความแตกต่างกันอย่างไร และเคลือบแบบไหนถึงดีที่สุดสำหรับคนรักรถ วันนี้เรามีคำตอบให้คุณครับ

สนใจเคลือบแก้ว ราคาถูก สอบถามได้ทันที

โทรติดต่อtopfilm

ติดต่อfacebooktopfilm

line topfilm

ดังนั้นแล้ว วันนี้ Topfilm เราจึงได้รวบรวมความแตกต่างจากการเคลือบทั้ง 2 อย่างมาให้ทุกท่านได้ทำการศึกษากันก่อนเลย แต่ก่อนที่เราจะมาเปรียบเทียบกันว่าอะไรดีกว่ากัน เราจะต้องรู้นิยามกันก่อนว่า การเคลือบแก้ว คืออะไร? และการเคลือบสี คืออะไร?

หลายคนยังสนใจบทความเพิ่มเติม: ติดฟิล์มกันรอย ดีอย่างไร เรียกรุ่นไหนดี?

เคลือบแก้ว คืออะไร?

เคลือบแก้ว คืออะไร

การเคลือบแก้ว(Glass Coating) คือ การเคลือบเพื่อเพิ่มชั้นสีของรถนั้นมีความแข็งแรงและหนาขึ้นโดยใช้ Silicon dioxide (SiO2) หรือ ซิลิกา ซึ่งซิลิกานั้นทุกคนก็คงจะทราบกันดีว่าเป็นส่วนผสมในการผลิตแก้วนั่นเอง สารซิลิกาจะไม่ทำปฏิกิริยากับสีของรถ แต่อาจจะทำปฏิกิริยากับสารเคมีบางชนิด ทำให้สารเคลือบแก้วอาจจะมีการเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา แต่ก็มีจุดเด่นตรงที่สามารถป้องกันรอยคราบน้ำได้ดี

โดยชั้นสีของการเคลือบแก้วรถนั้นจะมีความหนาที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่ 1-9H  ซึ่งการเคลือบแก้วนั้นก็จะมีหลายคุณภาพ หลายราคา หลายชื่อเช่น เคลือบแก้วเงา เคลือบแก้วเซรามิค แล้วแต่ตามท้องตลาด เป็นต้น

การเคลือบแก้ว(Glass Coating) VS การเคลือบเซรามิค เหมือนกันไหม?

การเคลือบเซรามิค (Ceramic Coating) คือ การเคลือบรถโดยใช้สารประกอบที่มีส่วนผสมของคาร์บอนและซิลิก้า หรือ ที่เราเรียกว่า สารซิลิกอนคาร์ไบ (SiC) ซึ่งการเคลือบเซรามิค จะมีความแข็งแรง หนากว่า เกาะติดกับพื้นผิวรถยนต์ได้ดีกว่า และทนทานต่อการกัดกร่อนต่อกรด ด่าง สภาพแวดล้อมที่โหดๆ มากกว่าการเคลือบแก้ว แต่ราคาการเคลือบเซรามิคก็จะแพงกว่าเคลือบแก้วด้วยนั่นเอง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.washmenow.ca/ceramic-coating-vs-glass-coating/

ราคาเคลือบแก้วรถยนต์ คิดอย่างไร

เคลือบแก้ว ราคา

ราคาเคลือบแก้วรถยนต์ ขึ้นอยู่กับขนาดรถยนต์ คุณภาพน้ำยาเคลือบรถ และ ชั้นความหนาของการเคลือบแก้ว โดยทั่วไป ราคาเริ่มต้นของการเคลือบแก้ว รถขนาดเล็ก(S)

  • เคลือบแก้ว 1 ชั้น รับประกัน 1 ปี ราคา 14,000 บาท 
  • เคลือบแก้ว 2 ชั้น รับประกัน 3 ปี ราคา 22,500 บาท 
  • เคลือบแก้ว 4 ชั้น รับประกัน 5 ปี ราคา 28,000 บาท 
  • เคลือบแก้ว 5 ชั้น รับประกัน 6 ปี ราคา 32,000 บาท

สอบถามราคาเคลือบแก้ว ตามรุ่นรถ ราคาถูก โทรเลย

โทรติดต่อtopfilm

ติดต่อfacebooktopfilm

line topfilm

เคลือบสีรถยนต์ คืออะไร?

เคลือบสีรถ คือ

การเคลือบสีรถยนต์ คือ การ Wax หรือการใช้น้ำยาพิเศษในการเคลือบรถ ซึ่งการเคลือบสีนั้นจะเคลือบที่ชั้นแรกทำให้รถยนต์ของเราดูมีสีสันสดใสอยู่ตลอด อีกทั้งยังช่วยป้องกันการเกิดคราบรอยขนแมว หรือรอยข่วนต่างๆ ได้ในระดับหนึ่ง ข้อดีคือเราสามารถทำได้ง่ายๆด้วยตนเอง ใช้เวลาการเคลือบไม่นานเพียงไม่ถึงชั่วโมงก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่างกับการเคลือบแก้ว หรือ เคลือบเซรามิค ที่ต้องทิ้งรถไว้หลายวัน

แต่ถึงอย่างนั้น การเคลือบสีก็มีระยะเวลาในการเคลือบสีที่ค่อนข้างสั้น ขึ้นอยู่ชนิดการเคลือบสี เช่น การเคลือบสีแบบครีม จะอยู่ได้เพียงแค่ 3-4 วันเท่านั้น ถ้าแบบน้ำจะสามารถอยู่ได้นานถึง 3-4 อาทิตย์ เท่านั้น ทำให้ต้องหมั่นเคลือบกันอยู่บ่อยๆ เพื่อให้รถมีความเงาต่อเนื่องนั่นเอง 

เปรียบเทียบกันชัดๆ เป็นข้อๆ ระหว่างเคลือบแก้ว กับเคลือบสี ต่างกันอย่างไร?

เคลือบแก้ว หรือ เคลือบสีรถ

สำหรับใครที่กำลังลังเลว่าจะทำการเคลือบแบบไหนดี เราได้ทำการเปรียบเทียบในเรื่องของความคงทน การปกป้อง ราคาและการป้องกันคราบต่างๆ ให้คุณได้ศึกษาและพร้อมนำไปพิจารณาประกอบการตัดสินใจ อย่างละเอียดเป็นข้อๆกันไปเลย

โดยข้อแตกต่างระหว่าง เคลือบแก้ว กับ เคลือบสี มีดังนี้

1. เรื่องราคา

เคลือบแก้ว ราคา

การเคลือบสี ราคาจะถูกกว่ามาก โดยปกติแล้ว มีราคาอยู่ที่ 300-1,000 บาทโดยประมาณ ราคาแล้วแต่ขนาดของรถ และ ชนิดของน้ำยาที่ใช้เคลือบ ซึ่งการเคลือบด้วยสีนั้นเราสามารถซื้อน้ำยาเคลือบมาทำเองได้ง่ายกว่า 

ส่วนการเคลือบแก้วนั้นจะมีราคาอยู่ที่ 10,000-60,000 บาทโดยประมาณ ราคาขึ้นอยู่กับความหนาของแก้วที่เคลือบ หรือปริมาณชั้นที่เคลือบ ว่าเคลือบกันทั้งหมดกี่ชั้น จริงๆแล้วในส่วนของราคาของน้ำยาเคลือบแก้วกับเคลือบสีนั้นก็แทบจะพอๆ กัน แต่ความยากง่ายและระเวลาในการทำ ต่างกันมาก จึงทำให้ราคาเคลือบแก้วแพงกว่าหลายเท่าตัว

2. การป้องกันตัวรถจากสิ่งภายนอก

เคลือบแก้วรถยนต์

สำหรับการทำเคลือบสีนั้น จะช่วยในเรื่องของการป้องกันสีของตัวรถให้ยังดูสดใสไม่ให้ดูหมองเร็ว และช่วยป้องกันสิ่งภายนอก เช่น กิ่งไม้ หิน ที่อาจก่อให้เกิดรอยกับตัวรถได้ในระดับหนึ่ง

ส่วนการเคลือบแก้วนั้น จะเปรียบเหมือนกับการที่เราติดกระจกแก้วเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยต่างๆ ซึ่งแก้วมีความแข็งมากพอสมควร ทำให้สามารถป้องกันรอยได้มากกว่า ป้องกันรอยลึกได้ และมีระยะเวลาความคงทนที่ยาวนานกว่าอีกด้วย เคลือบแก้วเพียงครั้งเดียวสามารถอยู่ได้หลายปี

3. ความคงทนของตัวเคลือบ

ความคงทนของการเคลือบแก้ว

โดยการเคลือบแก้วนั้นจะมีระยะเวลาในการเคลือบตัวรถอยู่ที่ประมาณ 1-5 ปีโดยประมาณ ส่วนการเคลือบสีนั้นจะมีระยะเวลาอยู่ได้แค่เพียง 3-4 อาทิตย์หรือมากสุดคือไม่เกิน 1 เดือนเท่านั้น

ดังนั้นแล้ว ถ้าไม่อยากจะต้องเคลือบกันบ่อยๆ ในเรื่องของความคงทนนั้น ต้องยกให้กับการเคลือบแก้วดีกว่า

4. การป้องกันในเรื่องของคราบน้ำ ฝุ่น รอยขีดข่วน

ป้องกันรอยขนแมว

สำหรับในเรื่องของการปกป้องรถจากรอยขีดข่วนหรือคราบต่างๆ นั้น ในส่วนของการเคลือบแก้วจะช่วยเพิ่มความหนาของชั้นสีรถให้แข็งแรงขึ้น ทำให้ทนทานต่อรอยขีดข่วนหรือรอยต่างๆ ได้ดี และยังลดการเกิดคราบต่างๆ ที่จะมาเกาะตัวรถของเราอีกด้วย อีกทั้งยังไม่เกิดการเกาะของหยดน้ำจึงทำให้น้ำไม่ค่อยเกาะรถของเรา

ส่วนการเคลือบสีนั้น จะช่วยให้รถของเราดูมีสีที่เงางามเหมือนซื้อใหม่อยู่ตลอด เนื่องจากมีส่วนผสมของน้ำมันและช่วยลดรอยขนแมวได้ในระดับหนึ่ง แต่อาจจะไม่มากพอที่จะช่วยลดการเกาะของคราบสิ่งสกปรกต่างๆได้รวมทั้งฝุ่นได้ทั้งหมด

เคลือบสี หรือ เคลือบแก้ว แบบไหนคุ้มกว่ากัน

เคลือบแก้วหรือเคลือบสีดี

ในส่วนของความคุ้มค่า ถ้าหากถามว่าแบบไหนดีกว่ากัน ก็น่าจะขึ้นอยู่ที่คนใช้งานว่าชอบแบบไหนมากกว่ากัน มีเวลาดูแลรถมากน้อยขนาดไหน และมีงบประมาณมากน้อยขนาดไหน แต่ถ้าให้แนะนำแล้ว การเคลือบแก้ว จะคุ้มค่ามากกว่าในระยะยาว

แต่ทั้งนี้แล้วการเคลือบแก้วนั้นก็มีประสิทธิภาพในการเคลือบและคงทนมากกว่า อีกทั้งยังดูมีความเงางามมากกว่าอีกด้วยและยังเกิดรอยขีดข่วย รอยขนแมวและคราบต่างๆ ได้ยากกว่ามาก เนื่องจากน้ำยาเคลือบมีส่วนผสมของ Silica หรือ Polysilazane นั่นเอง ทำให้รถของเรามีสภาพใหม่อยู่เสมอ ขายรถต่อได้ราคาไม่ตก เนื่องจากไม่มีริ้วรอยนั่นเอง

ซึ่งผมมองว่าการเคลือบแก้ว ถึงแม้ว่าจะมีราคาที่แพงกว่า แต่เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพและความทนทานแล้ว ก็ถือว่าคุ้มค่ากับราคาที่เสียไปครับ

สรุปแล้ว เคลือบแก้ว หรือ เคลือบสีดี?

เคลือบแก้ว vs เคลือบสี

สำหรับคำตอบนี้ต้องขึ้นอยู่ที่ผู้ใช้งานว่าชอบแบบไหนมากกว่ากัน เพราะทั้งสองมีคุณสมบัติในการปกป้องรอยขีดข่วนและรักษาสีของรถยนต์เหมือนกัน ต่างกันแค่เพียงประสิทธิภาพและระยะเวลาในการเคลือบ

โดยหากคุณชื่นชอบในเรื่องของสีสันตัวรถที่สดใสอยู่ตลอดก็ต้องการเคลือบสี แต่ถ้าเน้นในเรื่องของการป้องกันรอยขีดข่วนและคราบสกปรกต่างๆ ก็ต้องเคลือบแก้ว เท่านั้น

ดังนั้นแล้วขึ้นอยู่ที่ผู้ใช้งานมีความต้องการแบบไหนมากกว่ากัน หากต้องการประสิทธิภาพที่เต็มจำนวนและไม่ต้องเสียเวลาพร้อมกับเสียเงินบ่อยๆ ก็ต้องเป็นเคลือบแก้ว เท่านั้น แต่หากคุณมีเวลาที่ดูแลรถยนต์อยู่ตลอดหรือคนที่มีงบน้อยแต่อยากดูแลรักษารถ ก็ต้องขอแนะนำเป็นการเคลือบสี นั่นเอง

สนใจเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิค ราคาพิเศษ ใกล้บ้านคุณ สอบถามได้ทันที

โทรติดต่อtopfilm

ติดต่อfacebooktopfilm

line topfilm