เมื่อหน้าร้อนมาถึง ไม่ใช่แค่คนที่อยู่ไม่ไหว รถยนต์เองก็ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศร้อนไม่ต่างกัน และหากไม่ดูแลรักษาให้ดีแล้ว อาจจะส่งผลให้รถยนต์แสนรักของคุณ เกิดอาการงอแงขึ้นมาได้ และเพื่อเป็นการดูแลรักษารถยนต์ท่ามกลางสภาวะอากาศร้อน นี่คือ 10 วิธีดูแลรถยนต์หน้าร้อนที่จะช่วยคุณได้
อากาศร้อนส่งผลเสียต่อรถยนต์อย่างไร
ท่ามกลางอุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปีเนื่องมาจากสภาวะโลกร้อน ทำให้แม้กระทั่งรถยนต์เอง หากมีการใช้งานนานๆ ท่ามกลางสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิสูง ก็อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบต่างๆ ของรถยนต์ได้ดังนี้
-
ยางรถยนต์
เพราะเป็นส่วนที่เกิดการสัมผัสเสียดสีกับพื้นถนนมากที่สุดจากทุกส่วนของรถยนต์ การเสียดสีเมื่อล้อยางบดกับถนน ย่อมก่อให้เกิดความร้อนสะสม รวมถึงเมื่อยางเจออากาศร้อน ก็จะทำให้ความดันภายในยางเพิ่มขึ้นจนส่งผลให้แก้มยางเกิดการบวมปูด และถ้ายางนั้นมีอายุการใช้งานที่นานกว่ากำหนดและเกิดการเสื่อมสภาพ ก็มีโอกาสและความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้
-
ระบบหล่อเย็น
ซึ่งระบบหล่อเย็นจะประกอบไปด้วยน้ำหล่อเย็น ที่ทำหน้าที่ลดอุณหภูมิของเครื่องยนต์ให้เหมาะสมกับการทำงาน แต่ท่ามกลางอากาศที่ร้อนมาก ก็สามารถทำให้ประสิทธิภาพการระบายความร้อนลดลงได้ โดยหากระบบหล่อเย็นมีปัญหา ก็จะทำให้เครื่องยนต์มีความร้อนเกินและพังได้เช่นกัน
-
เครื่องยนต์
เพราะเครื่องยนต์กับระบบหล่อเย็น เป็นการทำงานควบคู่กัน ซึ่งหากอากาศร้อนจัด ระบบหล่อเย็นก็อาจจะเกิดปัญหา ส่งผลให้เครื่องยนต์มีความร้อนสะสมสูง หม้อน้ำแห้ง จนอาจจะเกิดเป็นไฟสัญญาณเตือนบนหน้าปัดได้ กรณีนี้ควรดับเครื่องยนต์ทันทีเพื่อป้องกันเครื่องยนต์เสียหาย
-
เครื่องปรับอากาศรถยนต์
หลักการทำงานของระบบปรับอากาศรถยนต์ จะเป็นระบบทำความเย็นที่ปรับให้อากาศภายในห้องโดยสารเป็นไปตามความต้องการ ซึ่งเป็นการปรับอุณหภูมิให้แตกต่างกันระหว่างภายนอกและภายในห้องโดยสาร จากการแลกเปลี่ยนความร้อนระหว่างอากาศภายในห้องโดยสาร กับสารทำความเย็น เพื่อนำความร้อนไปถ่ายเทสู่อากาศด้านนอก ซึ่งหากอากาศด้านนอกมีอุณหภูมิสูง การถ่ายเทความร้อนก็จะเกิดได้ยากขึ้น และทำให้ระบบปรับอากาศรถยนต์ทำงานหนักนั่นเอง
10 วิธีดูแลรถยนต์หน้าร้อน
การดูแลรักษารถยนต์และเตรียมรับมือกับอากาศในหน้าร้อน ถือเป็นวิธีช่วยยืดอายุการใช้งานรถยนต์และป้องกันปัญหาต่างๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ท่ามกลางการใช้งานที่อุณหภูมิสูง และนี่คือ 10 วิธีดูแลรถยนต์หน้าร้อนนี้

1. ดูแลยางรถยนต์
หนึ่งในข้อที่จำเป็นมากสำหรับวิธีดูแลรถยนต์หน้าร้อนคือการตรวจสภาพยางอย่างสม่ำเสมอ ตลอดไปจนถึงอายุการใช้งานที่เหมาะสม ซึ่งโดยปกติแล้ว ยางรถยนต์จะมีอายุการใช้งานเฉลี่ยที่ประมาณ 40,000-50,000 กิโลเมตร หรือการใช้งาน 3-5 ปี นอกจากนี้ ควรเติมลมยางให้เหมาะสมกับประเภทของรถยนต์ ไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป เพราะหากลมยางน้อยเกินไป จะทำให้ภายในยางรถยนต์ได้รับความเสียหายและเกิดความร้อนเพิ่มขึ้น เสี่ยงต่อการระเบิด และหากมีการขับขี่รถยนต์ระยะไกลติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรนำรถยนต์เข้าตรวจสอบสภาพยางก่อนเดินทางทุกครั้ง

2. ตรวจสอบระบบหล่อเย็น
ก่อนสตาร์ทรถ ควรตรวจสอบระดับสารหล่อเย็นในถังพักน้ำทุกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเดินทางไกล เพราะปริมาณสารหล่อเย็นที่ลดลง จะทำให้ประสิทธิภาพการระบายความร้อนต่ำลงไปด้วย นอกจากนี้ ควรตรวจสอบรอบการหมุนของพัดลมไฟฟ้าให้อยู่ในรอบการทำงานปกติเพื่อช่วยระบายความร้อน หากระบบหล่อเย็นมีปัญหา ก็จะส่งผลโดยตรงกับการทำงานของเครื่องยนต์

3. ช่วยระบายความร้อนออกจากรถยนต์ก่อนเปิดเครื่องปรับอากาศรถยนต์
จะสังเกตได้ว่า หากเราเข้าไปในรถที่จอดทิ้งไว้ท่ามกลางอากาศร้อนจัดและเปิดเครื่องปรับอากาศรถยนต์ทันที ระบบจะปรับความแรงพัดลมแอร์ให้แรงขึ้น และปรับอุณหภูมิลงอัตโนมัติ เพื่อทำให้ห้องโดยสารเย็นเร็วที่สุด ซึ่งจะส่งผลให้ระบบปรับอากาศรถยนต์ทำงานหนัก โดยเราสามารถช่วยระบายความร้อนภายในรถยนต์ได้โดยการลดกระจกลง และเปิดพัดลมแอร์ระบายความร้อนสักครู่ ก่อนเปลี่ยนเข้าสู่โหมดทำความเย็นเพื่อไม่ให้ระบบปรับอากาศระยนต์ทำงานหนักเกินไป

4. ตรวจสอบระบบปรับอากาศรถยนต์
โดยเฉพาะน้ำยาแอร์ เพราะท่ามกลางอากาศร้อนจัด ระบบปรับอากาศรถยนต์จะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนความร้อน หากระดับน้ำยาแอร์หรือระบบปรับอากาศผิดปกติ ก็อาจจะทำให้อากาศภายในห้องโดยสารอบอ้าวจนอาจจะทนนั่งไม่ไหวกันเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังไม่ควรเร่งระดับการทำความเย็นเพื่อสู้กับความร้อนเนื่องจากจะทำให้ระบบปรับอากาศทำงานหนักเกินไปนั่นเอง

5. ตรวจสอบแบตเตอรี่รถยนต์
เพราะแบตเตอรี่รถยนต์เองก็สามารถได้รับผลกระทบจากอากาศร้อนได้เช่นเดียวกันกับระบบอื่นๆ เนื่องจากเครื่องยนต์ภายในทั้งหมดจะไม่สามารถระบายอากาศได้ดีเท่าที่ควร ส่งผลให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพไวขึ้น หรืออายุแบตเตอรี่สั้นลง บางกรณีอาจเกิดอาการแบตเตอรี่บวม ทำให้รถสตาร์ทติดยาก จึงควรหมั่นตรวจสอบแบตเตอรี่ในวันที่สภาพอากาศร้อนจัด หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง นอกจากนี้ควรระวังระดับปริมาณน้ำกลั่นไม่ให้สูงเกินไป เพราะการเติมน้ำกลั่นจนถึงขั้วจะทำให้ขั้วแบตเตอรี่สกปรกจากคราบเกลือได้เร็วขึ้น

6. จอดในที่ร่ม
โดยหลีกเลี่ยงการจอดรถกลางแจ้งเป็นเวลานาน เนื่องจากทำให้อุณหภูมิสะสมภายในตัวรถสูงขึ้น ควรเลือกจอดในที่ร่ม หรือบริเวณที่มีหลังคาเพื่อป้องกันความร้อน แต่หากไม่มีทางเลือก ควรหาอุปกรณ์ช่วยบังแดดหรือผ้าคลุมรถยนต์เพื่อช่วยปกป้องรถยนต์ของคุณอีกชั้น

7. หากเดินทางไกล ควรจอดพักรถ
เพราะการขับรถติดต่อกันเป็นเวลานานอาจจะทำให้เกิดความร้อนสะสมที่เครื่องยนต์ และยางล้อรถยนต์ โดยเฉพาะการขับรถท่ามกลางอากาศร้อนและผิวถนนที่ร้อนจัด ควรมีการหยุดพักรถทุกๆ 200-300 กิโลเมตร หรือหมั่นสังเกตบริเวณหน้าปัดรถยนต์ หากมีสัญญาณเตือนที่ผิดปกติ ควรรีบจอดพักทันที

8. หมั่นตรวจสอบชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่เป็นยาง
เนื่องจากอากาศร้อนสามารถทำให้วัสดุที่เป็นยางเช่น ยางที่ปัดน้ำฝน, ยางขอบหน้าต่าง, ยางประตู หรือยางบริเวณซันรูฟ เกิดการละลาย หรือเสื่อมสภาพจนหมดอายุการใช้งานและเหนียวติดอุปกรณ์ต่างๆ ได้

9. ไม่ทิ้งสิ่งของอันตรายไว้ในรถ
สิ่งของที่ไม่ควรทิ้งไว้ในรถยนต์ท่ามกลางอากาศร้อนจัด เช่น แบตเตอรี่สำรอง อุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ ไฟแช็ค กระป๋องสเปรย์ หรือแก๊สกระป๋อง เป็นต้น เพราะอากาศร้อนจัด จะทำให้แบตเตอรี่สำรองและอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ได้รับความเสียหาย ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการช็อตและระเบิดได้ นอกจากนี้ในกลุ่มของสเปรย์ต่างๆ อาจจะมีความเสี่ยงที่ความร้อนทำให้แก๊สในกระป๋องขยายตัวและมีแรงดันสูงจนระเบิดได้

10. ติดฟิล์มกรองแสงรถยนต์
การติดฟิล์มกรองแสงรถยนต์จัดเป็นหนึ่งวิธีดูแลรถยนต์หน้าร้อนที่ควรทำเป็นอย่างมาก เนื่องจากฟิล์มรถยนต์จะช่วยปกป้องวัสดุภายในห้องโดยสารจากแสงแดดและรังสี UV รวมถึงเป็นการกรองแสงแดดและความร้อนไม่ให้ส่งมายังผู้โดยสารโดยตรง ซึ่งฟิล์มกรองแสงคุณภาพดี จะสามารถช่วยป้องกันรังสี UV ได้มากกว่า 99%
นอกจากนี้การติดฟิล์มกรองแสงยังเป็นการช่วยประหยัดพลังงานและลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศรถยนต์อีกด้วย เพราะเป็นการช่วยลดอุณหภูมิภายในห้องโดยสารไปในตัว โดยฟิล์มกรองแสงรถยนต์เองก็มีหลายยี่ห้อและหลายประเภท ซึ่งการเลือกติดฟิล์มประเภทไหน ควรดูจุดประสงค์ที่ต้องการให้ตรงตามสเปคการใช้งาน
การเลือกติดฟิล์มกรองแสงรถยนต์กับผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถืออย่างบริษัทติดฟิล์มกรองแสง TOPFILM Thailand ก็จะช่วยให้เรามั่นใจได้ว่า จะได้รับคำแนะนำและมาตรฐานการติดฟิล์มจากแบรนด์ชั้นนำที่ผ่านการรับรองและการันตีคุณภาพ พร้อมด้วยการรับประกันอายุการใช้งานอีกด้วย
สรุป
นี่เป็นวิธีดูแลรถยนต์หน้าร้อนเพียง 10 ข้อที่มากพอจะครอบคลุมการดูแลรถยนต์ทั้งหมดที่ควรทำ หากคุณทำได้ตามนี้ ก็จะช่วยถนอมรถยนต์ ยืดอายุการใช้งาน และเพิ่มความปลอดภัยขณะขับขี่รถยนต์ในหน้าร้อนได้อย่างแน่นอน และไม่เพียงเฉพาะหน้าร้อนเท่านั้น ไม่ว่าฤดูกาลไหน ก็อย่าลืมที่จะดูแล บำรุงรักษา และหมั่นตรวจสอบการทำงานของรถยนต์อยู่เสมอ เพราะรถยนต์เป็นยานพาหนะสำคัญ ที่ควรนำความปลอดภัยมาให้คุณทุกขณะขับขี่
หากคุณสนใจติดฟิล์มรถยนต์ป้องกันความร้อนและ UV สอบถาม Topfilm Thailand สิครับ

หลายคนยังสนใจอ่าน บทความน่ารู้เพิ่มเติม
[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row]









