มาตรฐานทดสอบฟิล์มกรองแสง ISO, ASTM, JIS ต่างกันอย่างไร?

มาตรฐานทดสอบฟิล์มกรองแสง ISO ASTM JIS พร้อมแนวคิดด้านแสง ความร้อน และความใส

มาตรฐานทดสอบฟิล์มกรองแสง ISO, ASTM และ JIS ต่างกันที่สิ่งที่วัด วิธีวัด และวิธีคำนวณ บางฉบับใช้ประเมินแสงและพลังงานผ่านกระจก บางฉบับคำนวณทั้งระบบหน้าต่าง ส่วนบางฉบับเน้นความขุ่นของวัสดุ จึงไม่มีชื่อมาตรฐานใดชื่อหนึ่งที่บอกได้ทันทีว่าฟิล์มรุ่นนั้นเหมาะกับบ้านของคุณที่สุด

ก่อนเทียบคำว่า “กันร้อน 95%” ให้ถามว่า 95% ของอะไร วัดกับฟิล์มหรือกระจกติดฟิล์ม และใช้เงื่อนไขเดียวกันหรือไม่ คำตอบจะช่วยเลือกฟิล์มสำหรับบ้านและอาคารได้ตรงความต้องการ

หากคุณสนใจติดฟิล์มสอบถามเราสิครับ

call topfilmthailand

fb topfilm thailand

line topfilm thai

ทำไมตัวเลขสเปกฟิล์มจึงเปรียบเทียบตรง ๆ ไม่ได้?

ตัวอย่างกระจกและสามเงื่อนไขที่ต้องตรวจ ได้แก่ ช่วงคลื่น ชนิดกระจก และวิธีทดสอบ
ตัวเลขจะมีความหมายเมื่อทราบว่าทดสอบอะไรและภายใต้เงื่อนไขใด

พลังงานจากแสงอาทิตย์มีทั้งรังสี UV แสงที่ตามองเห็น และอินฟราเรด การปฏิเสธพลังงานในช่วงหนึ่งจึงไม่เท่ากับการปฏิเสธพลังงานทั้งหมด ค่า IRR สูงไม่ได้แปลว่า TSER ต้องสูงในสัดส่วนเดียวกัน และ UV Rejection ก็ไม่ใช่ค่ากันความร้อนรวม

ตัวอย่างจากผู้ผลิตแสดงให้เห็นว่าคำว่า IRR อาจระบุช่วงวัดเฉพาะ เช่น 900–1,000 นาโนเมตร จึงควรอ่านหมายเหตุใต้ตารางด้วย ไม่ใช้ชื่อค่าย่อเพียงอย่างเดียวตัดสินว่าเทียบกันได้

เช็กสามเรื่องร่วมกัน: ช่วงคลื่นและวิธีคำนวณ ชนิดตัวอย่างและกระจก และมาตรฐานพร้อมฉบับปี หากข้อมูลไม่ครบ ให้ขอรายละเอียดเพิ่ม ค่าจากเครื่องสาธิตหน้าร้านไม่สามารถแทนผลของทุกวิธีทดสอบได้

มาตรฐาน ISO, ASTM และ JIS ทั้งห้าวัดอะไรบ้าง?

ภาพสรุป ISO 9050, ISO 15099, ASTM E903, JIS R3106 และ ASTM D1003 วัดคุณสมบัติแตกต่างกัน

 

ISO 9050:2026 — แสงและพลังงานแสงอาทิตย์ของกระจก

ใช้กำหนดวิธีหาคุณสมบัติด้านแสงและพลังงานแสงอาทิตย์ของกระจกอาคาร ครอบคลุมกระจกทั่วไปและกระจกควบคุมแสงอาทิตย์ จึงช่วยทำความเข้าใจการส่งผ่าน สะท้อน และดูดซับพลังงานของชุดกระจก ฉบับ 2026 เผยแพร่ในเดือนกรกฎาคม 2026 และแทนฉบับ 2003 ตาม ข้อมูลของ ISO

ISO 15099:2003 — การคำนวณระบบหน้าต่าง

เป็นวิธีคำนวณคุณสมบัติทางความร้อนและการส่งผ่านทางแสงของระบบหน้าต่าง ประตู และอุปกรณ์บังแดด โดยพิจารณาองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง เช่น กระจก ช่องว่าง และกรอบ จึงต่างจากการนำฟิล์มแผ่นเดียวไปวัดค่าแสง ฉบับ 2003 ยังเป็นฉบับปัจจุบันและได้รับการทบทวนยืนยันในปี 2026 ตาม ISO 15099

ASTM E903-20 — ผ่าน สะท้อน และดูดซับพลังงาน

เป็นวิธีทดสอบสมบัติการดูดซับ สะท้อน และส่งผ่านพลังงานแสงอาทิตย์ของวัสดุ โดยใช้เครื่องสเปกโตรโฟโตมิเตอร์ร่วมกับ integrating sphere ขอบเขตไม่ได้จำกัดเฉพาะกระจกอาคาร และไม่ได้เป็นตรารับรองว่าฟิล์มทุกชนิดเหมาะกับงานใดงานหนึ่ง ตรวจพบสถานะ Active ที่หน้า ASTM E903-20

JIS R 3106:2019 — คุณสมบัติของกระจกอาคาร

มาตรฐานญี่ปุ่นฉบับนี้เกี่ยวกับการส่งผ่าน การสะท้อน และการแผ่รังสีของกระจกแผ่น รวมถึงการคำนวณพลังงานแสงอาทิตย์รวมที่ผ่านชุดกระจก มีหัวข้อทับซ้อนกับมาตรฐานกระจกอื่นบางส่วน แต่ไม่ควรถือว่าวิธีและเงื่อนไขเหมือนกันทั้งหมด JSA ระบุว่ายังมีผลใช้งาน และยืนยันเมื่อ 20 ตุลาคม 2023

ASTM D1003-21 — ความขุ่นและการส่งผ่านแสง

ใช้วัด Haze และการส่งผ่านแสงที่ตามองเห็นของพลาสติกโปร่งใส จุดประสงค์หลักจึงไม่ใช่การบอกค่าลดความร้อนรวม Haze เกี่ยวกับการกระเจิงของแสงที่ทำให้มองผ่านแล้วดูขุ่นหรือฟุ้ง และควรแยกจากความเข้มหรือสีของฟิล์ม ตรวจพบสถานะ Active ที่ ASTM D1003-21

เลือกมาตรฐานให้ตรงกับคำถาม
มาตรฐาน ประเด็นหลัก ใช้ช่วยดูอะไร
ISO 9050:2026 แสงและพลังงานของกระจก สมบัติของชุดกระจกอาคาร
ISO 15099:2003 การคำนวณระบบหน้าต่าง การส่งผ่านความร้อนและพลังงาน
ASTM E903-20 ดูดซับ สะท้อน ส่งผ่าน การตอบสนองของวัสดุต่อแสงอาทิตย์
JIS R 3106:2019 กระจกและพลังงานแสงอาทิตย์ คุณสมบัติกระจกและการคำนวณ
ASTM D1003-21 Haze และแสงที่ผ่าน ความขุ่นของวัสดุโปร่งใส

ตารางนี้สรุปขอบเขตจากข้อมูลสาธารณะ ไม่ใช่คู่มือทดสอบแทนมาตรฐานฉบับเต็ม

อ่าน VLT, IRR, SHGC, TSER และ Haze อย่างไร?

สรุป VLT สำหรับความสว่าง TSER และ SHGC สำหรับพลังงานแสงอาทิตย์ และ Haze สำหรับความขุ่น
  • VLT: สัดส่วนแสงที่ตามองเห็นซึ่งผ่านตัวอย่างตามวิธีที่กำหนด ค่าสูงมักให้ความสว่างมากกว่า แต่ไม่ใช่คำตอบเรื่องกันร้อนโดยตัวมันเอง
  • IRR: ค่าปฏิเสธอินฟราเรด ต้องอ่านช่วงคลื่นและนิยามที่ผู้ผลิตใช้ ประเมินร่วมกับ TSER หรือ SHGC
  • SHGC: สัดส่วนพลังงานแสงอาทิตย์ที่เข้าสู่ด้านใน ทั้งส่วนผ่านโดยตรงและส่วนที่ถูกดูดซับแล้วไหลเข้าด้านใน ค่าต่ำหมายถึงความร้อนจากแสงอาทิตย์เข้ามาน้อยกว่า ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน
  • TSER: พลังงานแสงอาทิตย์รวมที่ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าสู่ด้านใน นิยมแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ ต้องเทียบขอบเขตของชุดกระจกให้ตรงกัน
  • Haze: ความขุ่นจากการกระเจิงแสง เป็นอีกมิติของคุณภาพการมองผ่าน ไม่ใช่ค่า VLT หรือค่าความร้อน

ความสัมพันธ์ตามนิยามที่อุตสาหกรรมฟิล์มใช้คือ TSER (%) = (1 − SHGC) × 100 โดย SHGC อยู่ในรูปสัดส่วน เช่น SHGC 0.35 ให้ TSER 65% ทั้งสองค่าต้องอ้างถึงระบบกระจก ขอบเขตการประเมิน และเงื่อนไขเดียวกัน ห้ามหยิบ SHGC ของทั้งหน้าต่างรวมกรอบไปเทียบกับ TSER เฉพาะกระจกโดยไม่ตรวจรายละเอียด อ้างอิง คู่มือ Advanced Solar Control ของ IWFA

ตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบาย
ตัวอย่าง IRR TSER
Film A 97% 48%
Film B 85% 65%

หากทดสอบบนฐานที่เทียบกันได้ Film A มี IRR สูงกว่า แต่ Film B มี TSER สูงกว่า การเลือกรุ่นที่เหมาะกับห้องยังต้องดู VLT สี ความสะท้อน และชนิดกระจกด้วย

อ่านเพิ่มเติม: ค่า Haze กับความใสของฟิล์มกรองแสง

Film Only กับ Film + Glass ต่างกันอย่างไร?

เปรียบเทียบแผ่นฟิล์มอย่างเดียวกับตัวอย่างฟิล์มติดบนกระจก เพื่ออ่านเงื่อนไขก่อนเทียบสเปก

Film Only หมายถึงตัวอย่างฟิล์มอย่างเดียว ส่วน Film + Glass รวมกระจกที่ใช้ติดตั้งเข้าไปด้วย ค่าของฟิล์มรุ่นเดียวกันจึงอาจต่างกันเมื่อเปลี่ยนกระจก ความหนา หรือองค์ประกอบของชุดกระจก ต้องอ่านหมายเหตุว่าตัวอย่างเป็นกระจกใส กระจกสี กระจกลามิเนต Low-E หรือกระจกสองชั้น

สำหรับเจ้าของบ้าน ควรส่งข้อมูลกระจกเดิมและภาพหน้างานให้ผู้ติดตั้งตรวจความเหมาะสมก่อนเลือกจากตัวเลขสูงสุด โดยเฉพาะกระจกที่มีสารเคลือบหรือหลายชั้น หากไม่ทราบชนิดกระจก ให้ระบุว่ายังไม่ทราบแทนการเดา และขอประเมินก่อนยืนยันรุ่นฟิล์ม

วิธีตรวจ Test Report ก่อนเลือกฟิล์ม

เช็กลิสต์อ่านรายงานทดสอบฟิล์ม โดยตรวจมาตรฐาน ตัวอย่าง เงื่อนไข และขอบข่ายห้องปฏิบัติการ

ข้อความ “ทดสอบตาม ASTM” บอกถึงวิธีอ้างอิง แต่ไม่ได้ยืนยันเองว่าห้องปฏิบัติการได้รับการรับรองในรายการนั้น ISO/IEC 17025 เป็นมาตรฐานเกี่ยวกับความสามารถ ความเป็นกลาง และการดำเนินงานของห้องปฏิบัติการ การตรวจเอกสารจึงควรแยกเรื่องวิธีทดสอบออกจากขอบข่ายการรับรอง

  1. ตรวจผู้ผลิต ชื่อรุ่น และรหัสตัวอย่างว่าตรงกับสินค้าที่เสนอจริง
  2. ดูชื่อห้องปฏิบัติการ เลขรายงาน วันที่ทดสอบ และช่องทางตรวจสอบเอกสาร
  3. อ่านหมายเลขมาตรฐานและฉบับปีให้ครบ ไม่ดูเฉพาะคำว่า ISO หรือ ASTM
  4. ตรวจ Film Only หรือ Film + Glass พร้อมชนิดและความหนากระจก
  5. อ่านช่วงคลื่น วิธีคำนวณ เงื่อนไข และความไม่แน่นอนของการวัดเมื่อเกี่ยวข้องกับการใช้งาน
  6. ถ้างานกำหนดให้ใช้ห้องแล็บที่ได้รับการรับรอง ตรวจขอบข่ายปัจจุบันกับหน่วยรับรองว่าครอบคลุมรายการนั้น

รายงานที่อ้างฉบับเก่ายังอาจใช้ได้ ให้พิจารณาวันทดสอบ ข้อกำหนดโครงการ และความต่างของวิธีก่อนขอผลทดสอบใหม่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรฐานทดสอบฟิล์มกรองแสง

แนวทางเลือกฟิล์มให้เหมาะกับห้อง โดยพิจารณาแสง ความร้อน และชนิดกระจกร่วมกัน

มีมาตรฐานหลายชื่อ แปลว่าฟิล์มดีกว่าเสมอไหม?

ไม่เสมอไป มาตรฐานอาจวัดคนละคุณสมบัติ ต้องดูผลจริง ตัวอย่างที่ใช้ และความเหมาะสมกับกระจกของคุณ จำนวนชื่อมาตรฐานไม่ใช่คะแนนคุณภาพรวม

ISO 9050 กับ ISO 15099 ใช้แทนกันได้ไหม?

ไม่ควรมองว่าใช้แทนกันโดยตรง ISO 9050 เน้นคุณสมบัติแสงและพลังงานของกระจก ส่วน ISO 15099 เป็นขั้นตอนคำนวณระบบหน้าต่าง ประตู และอุปกรณ์บังแดด จึงอาจใช้ข้อมูลประกอบกันตามวิธีประเมิน

ASTM D1003 บอกว่าฟิล์มกันร้อนดีหรือไม่?

มาตรฐานนี้เน้น Haze และการส่งผ่านแสงของพลาสติกโปร่งใส ไม่ใช่การจัดอันดับการลดความร้อนรวม ควรดูข้อมูล TSER หรือ SHGC เพิ่มเติม

IRR 95% หมายถึงกันความร้อนทั้งหมด 95% หรือไม่?

ไม่ใช่ IRR เกี่ยวข้องกับอินฟราเรดตามช่วงคลื่นและวิธีที่ระบุ จึงต้องอ่านร่วมกับค่าพลังงานแสงอาทิตย์รวมและเงื่อนไขการทดสอบ

เลือก TSER สูงที่สุดได้เลยไหม?

ควรเทียบเฉพาะข้อมูลที่มีฐานเดียวกัน และดู VLT สี ความสะท้อน Haze ความเหมาะสมกับกระจก งบประมาณ และเงื่อนไขรับประกันร่วมด้วย

ก่อนเลือกซื้อ: เริ่มจากปัญหาของห้องและชนิดกระจก แล้วค่อยเปรียบเทียบสเปกที่วัดบนฐานเดียวกัน วิธีนี้ช่วยให้การเลือกฟิล์มมีเหตุผลมากกว่าตัดสินด้วยเปอร์เซ็นต์เดียว

อ่านข้อจำกัดของ IRR เพิ่มเติมใน คู่มือ IWFA 2026 บทความนี้ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์หรือผลประหยัดพลังงาน

ดูแนวทาง เปรียบเทียบฟิล์มบ้านและอาคารให้เหมาะกับการใช้งาน

Scroll to Top