เทียบหมัดต่อหมัด!! ฟิล์มดำVSฟิล์มเซรามิค ดีเสียยังไง? เหมาะกับใครบ้าง?

ฟิล์มดำvsฟิล์มเซรามิค

การติดฟิล์มกรองแสงให้กับรถยนต์ไม่ว่าจะเป็นฟิล์มดำ หรือฟิล์มเซรามิคนั้น เป็นสิ่งที่มีประโยชน์แน่นอน โดยเฉพาะสำหรับคนที่เพิ่งซื้อรถมาใหม่ ยังไงก็ต้องคิดเรื่องติดฟิล์มเป็นลำดับแรกๆ เพราะฟิล์มกรองแสงมีหน้าที่หลักคือการป้องกันความร้อนและรังสีจากดวงอาทิตย์นั่นเอง

ฟิล์มกรองแสงนอกจากจะกรองแสงสว่างแล้ว ยังทำให้อุณหภูมิภายในรถไม่ร้อนจนเกินไป ไม่จำเป็นต้องเร่งแอร์ให้เย็นขึ้น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ในห้องโดยสารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมยังช่วยให้มีทัศนวิสัยในการขับขี่ดีขึ้นเพราะกรองแสงไม่ให้แยงตาอีกด้วย

โดยฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ในยุคนี้มีให้เลือกหลายชนิดหลายประเภท แต่ที่เราจะพูดถึงก็คือ ‘ฟิล์มกรองแสงเซรามิค VS ฟิล์มดำ ว่ามันจะดีและมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

วันนี้ Topfilm Thailand เราตามมาเจาะลึกรายละเอียดกัน เรารับรองเลยว่าอ่านบทความนี้แล้วได้ความรู้ครบแน่นอนครับ !!

อ่านเพิ่มเติม: ยี่ห้อฟิล์มติดรถยนต์ที่ดี มีอะไรบ้าง

Topfilm ยินดีให้คำปรึกษา เรื่องการติดฟิล์มรถยนต์ประเภทต่างๆ ติดต่อเราสิครับ

โทรติดต่อtopfilm ติดต่อfacebooktopfilm line topfilm

 


ฟิล์มธรรมดาคือ

ฟิล์มดำธรรมดาคืออะไร?

ก่อนจะไปพูดถึงฟิล์มเซรามิคที่จะยกมาเปรียบเทียบ เราควรจะมารู้จัก ฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ธรรมดาทั่วไป กันก่อนว่ามันเป็นอย่างไร?

คุณสมบัติของฟิล์มกรองแสงธรรมดา หรือเรียกง่ายๆว่าฟิล์มดำธรรมดำ ถ้าจะพูดง่าย ๆ ก็คือ ฟิล์มกรองแสงแบบดำธรรมดาผลิตมาจากพลาสติกโพลิเอสเตอร์ย้อมสี ฟิล์มประเภทนี้ เป็นฟิล์มกรองแสงแบบย้อมสีให้มีความดำเข้มเท่านั้น (Dye Film) ไม่มีสารกรองรังสีประเภทต่างๆ เช่นรังสี UV อินฟราเรด แต่จะมีหน้าที่ลดความเข้มข้นของแสงจากดวงอาทิตย์ให้มีระดับที่น้อยลง เนื้อฟิล์มมีความบางมาก หนาประมาณ 1 Mill (1/1000นิ้ว ไม่ใช่ 1 มิลลิเมตร) เท่านั้น

สำหรับการสะท้อนรังสีความร้อนหรือรังสีอินฟราเรด IR นั้นสามารถทำได้บางส่วนหรือน้อยมาก ไม่ถึง 20% และยังไม่สามารถกรองรังสีที่เป็นอันตรายเช่นรังสี UV ออกไปได้ทั้งหมด 100% อีกด้วย เนื่องจากไม่ได้มีการเคลือบสารอะไรเพื่อป้องกันรังสีที่มากพอ นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ ฟิล์มดำธรรมดาเป็นฟิล์มที่ราคาถูกมาก เพราะสำหรับคนงบน้อยจริงๆ

ฟิล์มติดรถยนต์ประเภทนี้เป็นที่นิยมมากในช่วงสมัยก่อน เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้วจนมาถึงปัจจุบัน เหมาะสำหรับคนที่มีงบประมาณจำกัด แต่อยากลดแสงแดดลงแค่เล็กน้อยเท่านั้น ราคาติดตั้งฟิล์มรถยนต์ถูกมาก เพียงคันละ 1,000-2,000 บาทเท่านั้น

ซึ่งในช่วงหลังๆ มีการพัฒนาฟิล์มที่ดีขึ้นกว่าฟิล์มดำธรรมดาขึ้นมา เราเรียกฟิล์มประเภทนี้ว่า ฟิล์มดำคาร์บอน นั่นเอง

ฟิล์มดำคาร์บอน คืออะไร?

ฟิล์มดำคาร์บอน หรือ ฟิล์มคาร์บอน (Carbon Film) ลักษณะภายนอกเป็นฟิล์มดำเหมือนกัน แต่ต่างกันที่กระบวนการผลิต ที่มีการฝังอนุภาคคาร์บอนลงในเนื้อฟิล์ม ทำให้สามารถป้องกันรังสีความร้อน Infarred ได้บางส่วน ฟิล์มคาร์บอนบางรุ่น บางยี่ห้อก็สามารถกันรังสีUVได้ 99% ไม่สะท้อนแสง และไม่รบกวนสัญญาณ GPS

ฟิล์มดำคาร์บอน ถือว่าเป็นฟิล์มรุ่นที่ upgrade มาจากฟิล์มดำธรรมดา สีซีดยากกว่า และมีความทนทานมากกว่าฟิล์มดำธรรมดา ราคาติดตั้งประมาณคันละ 2,000-5,000 บาท ซึ่งถ้าทางร้านแนะนำว่าอยากติดฟิล์มราคาถูกจริงๆ ควรจะเริ่มต้นที่เกรดฟิล์มคาร์บอนจะคุ้มค่ากว่าฟิล์มดำธรรมดา

หลายคนยังอ่านเพิ่มเติม: วิธีอ่านSpecฟิล์มกรองแสงให้ถูกต้อง


ฟิล์มเซรามิคคือ

เมื่อรู้จักฟิล์มกรองแสงธรรมดาทั่วไปแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องมารู้จักกับ ฟิล์มเซรามิค’ หรือหลายคนอาจเคยได้ยินในชื่อว่า ‘ฟิล์มนาโนเซรามิค’ ซึ่งแน่นอนว่ามันแตกต่างจากฟิล์มธรรมดาอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงกระบวนการผลิตนั่นเอง

ฟิล์มเซรามิคคืออะไร?

ฟิล์มเซรามิค (Ceramic film) คือ ฟิล์มกรองแสงที่ผลิตโดยการเคลือบเซรามิคอนุภาคเล็กระดับนาโน ประมาณ 65 นาโนเมตร (0.000000065 m) มาทำการเคลือบหรือฝังลงบนเนื้อฟิล์ม ซึ่งจะทำให้มีความสามารถในการกรองแสง กรองรังสีต่างๆ ได้ละเอียดกว่าฟิล์มธรรมดาทั่วไปอย่างชัดเจน สามารถป้องกันรังสี UVA UVB ได้ 99.9% และรังสีอินฟราเรด(IR) ได้สูงมากกว่า 80% ไม่มีส่วนผสมของโลหะ คาร์บอน หรือสีย้อมในแผ่นฟิล์ม ที่สำคัญคือความคงทนที่มีมากกว่าฟิล์มธรรมดาหลายเท่า รับประกัน 7-18 ปี แล้วแต่ยี่ห้อ

จุดเด่นของฟิล์มเซรามิค คือ ฟิล์มมีความแข็งแรงทนทาน ดำนอกสว่างใน คมชัด ไม่สะท้อนแสง ป้องกันรังสีความร้อนได้สูงมากอีกด้วย จึงเป็นที่นิยมอย่างมากในช่อง 3-5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งราคาติดฟิล์มรถยนต์เซรามิค ก็ค่อนข้างสูงเช่นเดียวกัน แต่แนวโน้มของราคาฟิล์ม Ceramic ก็ค่อยๆราคาถูกลงเรื่อยๆ จากติดฟิล์มเซรามิคคันละเป็นหมื่นบาท มาถึงในปัจจุบันก็ราคาเพียงไม่กี่พันบาท ก็สามารถติดฟิล์มเซรามิคคุณภาพสูงได้แล้ว

อนุภาคเซรามิคที่ใช้เคลือบฟิล์มมีกี่แบบ

อนุภาคเซรามิคที่นิยมใช้ในฟิล์มกรองแสงปัจจุบัน จะมีอนุภาคตัวที่นิยมใช้ในการเคลือบฟิล์มกรองแสง มีอยู่ 3 ชนิด ได้แก่

  1. ITO (Indium Tin Oxide)
  2. ATO (Antimony Tin Oxide)
  3. TiN (Titanium Nitride)

ซึ่งราคาและความคมชัดของอนุภาคเซรามิคทั้ง 3 ชนิด ต่างกัน นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ ฟิล์มเซรามิคมีหลากหลายเกรด ราคาถูกแพงต่างกันนั่นเอง ไม่ใช่ว่าขึ้นชื่อว่าฟิล์ม Ceramic แล้วคุณภาพจะเหมือนกันหมด

ขอบคุณข้อมูลจาก: https://ceramicpro.com/what-is-a-ceramic-window-tint/

อยากรู้ข้อมูลฟิล์มเซรามิคแต่ละยี่ห้ออย่างละเอียด อ่านบทความเพิ่มเติม: ฟิล์มเซรามิคยี่ห้อไหนดี คิดราคาอย่างไร

ยังไม่แน่ใจว่าติดฟิล์มดำ หรือฟิล์มเซรามิคดี ปรึกษาเราสิครับ

โทรติดต่อtopfilm ติดต่อfacebooktopfilm line topfilm


จุดเด่นฟิล์มธรรมดา

เมื่อรู้จักฟิล์มติดรถยนต์ทั้ง 2 ประเภทไปพอสมควรแล้ว ว่าแต่ละอย่างมีกระบวนการผลิตอย่างไร? และมีความสามารถในการกรองแสงได้มากน้อยแค่ไหนบ้าง? เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น เราจะมาเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย ของฟิล์มกรองแสงธรรมดาทั่วไปกับฟิล์มกรองแสงแบบเซรามิคกันว่า แบบไหนจะดีกว่ากัน?

เรามาเริ่มกันที่ข้อดีของฟิล์มทั้ง 2 ชนิดกันก่อนเลย!!

ข้อดีของฟิล์มธรรมดาคืออะไร?

  • ฟิล์มราคาถูก

ฟิล์มดำ ราคาถูก

อย่างที่บอกไปว่า ฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์แบบธรรมดานั้นเป็นที่นิยมในช่วงยุคก่อนหน้านี้ ซึ่งถ้าดูแล้วกระบวนการผลิตนั้นไม่ได้มีความยากเย็นหรือซับซ้อนมากนัก ยิ่งไปกว่านั้นวัสดุที่นำมาผลิตเป็นฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ก็ไม่ได้มีความพิเศษอะไรมากมาย

นั่นอาจจะทำให้การผลิตฟิล์มชนิดนี้ไม่ได้ใช้ต้นทุนที่สูง จึงสามารถนำออกมาวางขายในราคาที่ถูกกว่าฟิล์มกรองแสงประเภทอื่นพอสมควร ติดรถยนต์รอบคัน คันละประมาณ 1,000-2,000 บาท ถือว่าราคาติดฟิล์มรถยนต์แบบย่อมเยา ถ้านำฟิล์มดำธรรมดาไปติดอาคาร ราคาจะอยู่ที่ประมาณ ตารางฟุตละ 40 บาท ซึ่งจะถูกกว่าฟิล์มประเภทอื่นๆมาก

  • ลดแสงจ้าได้เป็นอย่างดี

ฟิล์มดำ เป็นฟิล์มย้อมสีที่มีหลากหลายความเข้ม ปริมาณแสงส่องผ่าน VLT มีตั้งแต่ 3% ไปถึง 70% มีความสามารถในการลดความเข้มของแสงสว่างส่องผ่านได้เป็นอย่างดี 

ข้อดีของฟิล์มเซรามิคคืออะไรบ้าง?

  • ป้องกันรังสี UV 99% ไม่เสื่อมสภาพตามกาลเวลา

ฟิล์มเซรามิคกันuv

ต้องบอกว่าในยุคนี้ การป้องกันรังสี UV นั้นเป็นหน้าที่หลักของฟิล์มกรองแสงเลยก็ว่าได้ และ ‘ฟิล์มกรองแสงแบบเซรามิค’ ก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง มันสามารถทำหน้าที่หลักนั้นได้อย่างดีเยี่ยม เพราะสามารถป้องกันรังสี UV ได้มากกว่า 99% เลยทีเดียว (ซึ่งปัจจุบันฟิล์มประเภทอื่นๆเช่น ฟิล์มปรอทก็กันได้ 99% เช่นเดียวกัน)

นอกจากนี้ ยังป้องกันอันตรายที่เกิดจากรังสี UV ได้ยาวนานไม่เสื่อมตามกาลเวลา เมื่อเทียบกับฟิล์มธรรมดาแล้วในตอนแรกอาจจะป้องกันรังสี UV ได้สูง แต่พอใช้ไปซักพัก จะป้องกันได้ลดลง เสื่อมไปตามกาลเวลา

  • ป้องกันรังสีอินฟราเรด IR หรือรังสีความร้อน ได้สูง

ฟิล์มเซรามิคกันร้อน

รังสีอินฟราเรด คือ รังสีความร้อนจะมีอยู่ 53% ของรังสีทั้งหมดจากแสงอาทิตย์ ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่มากที่สุดในบรรดารังสีทั้งหมด ซึ่งฟิล์มกรองแสงยิ่งลดรังสีอินฟราเรดได้มากเท่าไรก็จะยิ่งดีเท่านั้น

ซึ่งฟิล์มกรองแสงเซรามิคก็สามารถป้องกันรังสีอินฟราเรดได้ประมาณ 80% ขึ้นไปซึ่งสามารถขึ้นไปได้สูงสุดถึง 99% เลยทีเดียว นับว่าเป็นตัวเลขที่เยอะมาก เพราะปกติฟิล์มกรองแสงที่ป้องกันความร้อนได้เกิน 60% ก็นับว่าดีมากแล้ว

นั่นจึงทำให้แม้ว่าจะต้องจอดรถตากแดดเป็นเวลานาน ฟิล์มเซรามิคก็ไม่ทำให้อุณหภูมิภายในรถนั้นสูงมากเกินไป และเมื่อเปิดแอร์อีกรอบ แอร์ก็จะทำงานไม่หนัก รถเย็นเร็วกว่าเดิมด้วย

  • ฟิล์มเซรามิคไม่รบกวนสัญญาณดิจิตอล

อีกหนึ่งจุดเด่นของฟิล์มเซรามิคนั่นก็คือ ฟิล์มไม่รบกวนสัญญาณดิจิตอล ทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้สัญญาณ Digital โทรศัพท์มือถือ หรือ Easy Pass ได้โดยไม่มีการรบกวน

โดยเฉพาะในปัจจุบันซึ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้า(EV) กำลังเติบโต ทำให้ฟิล์มที่ไม่รบกวนสัญญาณดิจิตอลเป็นที่นิยมในตลาดประเทศไทยมากขึ้น ฟิล์มเซรามิคจึงเป็น 1 ในตัวเลือกที่มาตอบโจทย์ แทนที่ฟิล์มโลหะ หรือ ฟิล์มปรอท ได้เป็นอย่างดี

  • ให้ความเป็นส่วนตัวสูง

ฟิล์มดำนอกสว่างใน

สำหรับคนที่ต้องการทั้งอุณหภูมิที่เย็นสบายในห้องโดยสาร และต้องการความเป็นส่วนตัวภายในรถ ‘ฟิล์มกรองแสงเซรามิค’ เป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุดแล้ว

เนื่องจากฟิล์มติดรถยนต์ชนิดนี้จะมีเนื้อฟิล์มเป็นสีดำเข้มเมื่อมองจากด้านนอก ไม่เงาสะท้อนเป็นกระจก นั่นทำให้ผู้ที่อยู่ในรถได้รับความเป็นส่วนตัวไปเต็ม ๆ แต่ไม่ต้องกังวล เพราะ ถ้าหากมองออกไปจากด้านใน มันจะกลายเป็นฟิล์มที่มีความสว่างทันที เป็นไปตามคอนเสป ฟิล์มมืดนอกสว่างใน นั่นเอง

ฟิล์มเซรามิคยังมีจุดเด่นเรื่องความคมชัด ซึ่งฟิล์มจะไม่ขึ้นฝ้าเวลาออกแดดจัดๆ แตกต่างกับฟิล์มปรอท หรือฟิล์มดำธรรมดา ฟิล์มมักจะขึ้นเป็นฝ้าขุ่นมัวกลางแดดได้

  • อายุการใช้งานยาวนาน

ฟิล์มเซรามิคติดรถยนต์

มาถึงข้อดีข้อสุดท้ายของ ‘ฟิล์มกรองแสงเซรามิค’ กันแล้ว นั่นคือเรื่องของความทนทานและอายุการใช้งาน เนื่องจากฟิล์มกรองแสงชนิดนี้ได้มีการเคลือบสารป้องกันรอยขีดข่วน และใช้เทคโนโลยีแบบนาโนในขั้นตอนการผลิต ไม่ว่าจะมีอะไรมาโดนหรือมาขูดก็เป็นรอยได้ค่อนข้างยาก

และไม่ว่าแสงแดดจากดวงอาทิตย์จะร้อนแรงแค่ไหน ก็ไม่ทำให้สีของเนื้อฟิล์มนั้นซีดจางไปได้ง่าย ๆ แน่นอน ทำให้ฟิล์มชนิดนี้สามารถติดทนทาน ป้องกันความร้อนและรังสีให้กับรถยนต์ไปได้นานกว่า 7-10 ปี และที่สำคัญไม่ขึ้นสนิมเหมือนฟิล์มปรอทบางประเภท

อ่านเพิ่มเติม: วิธีการดูแลรักษาฟิล์มกรองแสง

รู้ข้อดีของฟิล์มกรองแสงทั้ง 2 ชนิดแล้ว อยากติดฟิล์มติดรถยนต์ ติดต่อเราสิครับ

โทรติดต่อtopfilm ติดต่อfacebooktopfilm line topfilm

ข้อเสียฟิล์มธรรมดา

ข้อเสียของฟิล์มดำธรรมดาคืออะไรบ้าง?

  • ฟิล์มดำกรองรังสี UV ได้เพียงบางส่วน

ฟิล์มกรองแสงดำ

อย่างที่บอกไปตอนต้นแล้วว่า ‘ฟิล์มกรองแสงธรรมดาทั่วไป’ สามารถลดความเข้มของแสงจากดวงอาทิตย์ให้น้อยลงเท่านั้น แต่ไม่ได้สามารถสะท้อนหรือกรองรังสีที่เป็นอันตรายได้ เช่นรังสี UV จะกรองได้ไม่ถึง 99%

ซึ่งเมื่อผู้ขับขี่ได้รับรังสีพวกนั้นเป็นเวลานานหรือในปริมาณที่มาก อาจทำให้เกิดอาการกระจกตาอักเสบ ต้อกระจก มะเร็งผิวหนัง ผิวหนังไหม้ เหี่ยวย่น เป็นฝ้า หรือถึงขั้นเซลล์เม็ดเลือดขาวถูกทำลายเลยทีเดียว

  • ฟิล์มดำไม่ลดความร้อนสะสม

ฟิล์มกรองแสงดำ ลดความร้อน

นอกจากจะทำได้แค่ลดความเข้มของแสงและสะท้อนรังสีได้เพียงบางส่วนแล้ว ฟิล์มติดรถยนต์แบบธรรมดาทั่วไปนี้ ยังไม่สามารถลดความร้อนสะสมภายในรถอีกด้วย เนื่องจากไม่มีการเคลือบการป้องกันความร้อนประเภทต่างๆ เช่น สารโลหะประเภทต่างๆหรือเซรามิค

บอกเลยว่าใครที่จอดรถไว้กลางแจ้งแล้วหวังว่ากลับขึ้นมาจะไม่ร้อนเท่าไร คิดผิดแน่นอน เพราะ ฟิล์มธรรมดา จะกันเฉพาะแสงแดด แต่ไม่กันความร้อนนั้นเอง

  • ฟิล์มดำธรรมดาอายุการใช้งานสั้น

ฟิล์มดำเสื่อมสภาพ

ด้วยกระบวนการผลิตที่ไม่ได้ซับซ้อนและไม่ได้ใช้วัสดุชนิดพิเศษอะไรมากมาย เพียงแค่เอาสีมาย้อมลงบนแผ่นฟิล์มติดกระจกเท่านั้น ไม่ได้มีการเคลือบสารป้องกันอะไรให้ตัวเนื้อฟิล์มเอง

จึงทำให้ฟิล์มธรรมดานี้ไม่ได้มีอายุการใช้งานที่นานมากนัก โดยเฉลี่ยก็ประมาณ 1-2 ปีเท่านั้นเอง หลังจากนั้น ฟิล์มกรองแสงก็จะค่อยๆซีดและเปลี่ยนสีเป็นสีม่วง ดูไม่สบายตา และต้องเปลี่ยนใหม่ในที่สุด

ข้อเสียของฟิล์มเซรามิคคืออะไร?

  • ฟิล์ม Ceramic ราคาค่อนข้างสูง

ราคาฟิล์มเซรามิค

อย่างที่เห็นกันว่ากระบวนการผลิต ‘ฟิล์มกรองแสงแบบเซรามิค’ นั้นเป็นการนำอนุภาคขนาดเล็กจิ๋วเพียงประมาณ 65 นาโนเมตรของเซรามิคเคลือบเป็นชั้นฟิล์ม ซึ่งทั้งทำได้ยากและตัววัสดุก็มีความพิเศษมาก

ทำให้ราคาฟิล์ม Ceramic นั้นจะสูงเมื่อเทียบกับฟิล์มชนิดอื่น ไม่ว่าจะเป็นฟิล์มปรอท หรือฟิล์มดำ ซึ่งจะเริ่มต้นตั้งแต่หลักหลายพันบาท ไล่ตามขนาดและยี่ห้อของรถไปจนถึงหมื่น นั่นเอง โดยฟิล์มกรองแสงเซรามิคในตลาดก็มีมากมายให้เลือกหลายยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็น ฟิล์มSolarFX ฟิล์มเซรามิค3M ฟิล์มเซรามิคHikool เป็นต้น 

แต่ในปัจจุบันฟิล์มเซรามิคก็ค่อนข้างราคาถูกลงมากแล้วเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน เพราะฉะนั้นปัจจุบันจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนรักรถทุกท่าน

  • ฟิล์มเซรามิคปลอม คุณภาพต่ำในท้องตลาด

ฟิล์มเซรามิคแท้vsปลอม

นื่องจาก ‘ฟิล์มเซรามิค’ นั้นมีคุณภาพที่ดี ราคาสูง เป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน จึงทำให้เป็นที่ต้องการของผู้ใช้รถจำนวนมากที่ต้องการติดฟิล์ม Ceramic แต่งบประมาณไม่ถึง ซึ่งอาจทำให้เกิดการผลิตฟิล์มกรองแสงแบบเซรามิคคุณภาพต่ำ และไม่มีประสิทธิภาพมากพอเพื่อมาวางขายในท้องตลาด

บางแห่งมีการปลอมแปลงบอกว่าฟิล์มดำธรรมดา เป็นฟิล์มเซรามิค โดยที่ลูกค้าไม่รู้ตัว เพราะการแยกฟิล์มดำธรรมดากับฟิล์มเซรามิคจะแยกค่อนข้างยาก ถ้าไม่มีประสบการณ์ด้านการเลือกดูฟิล์มกรองแสงจริงๆก็จะโดนหลอกเอาง่ายๆ เพราะฉะนั้น ต้องระวัง ฟิล์มเซรามิคปลอมในตลาดด้วย โดยเฉพาะร้านต่างจังหวัดมักจะมีการแอบติดฟิล์มปลอมหรือฟิล์มดำธรรมดาในบานข้าง หรือบานหลังสอดแทรกฟิล์มเซรามิค เพื่อลดต้นทุน เป็นข้อควรระวัง

อยากดูว่าฟิล์มเซรามิคแท้ ปลอม ดูอย่างไร อ่านเพิ่มเติม: เทคนิคดูฟิล์มเซรามิคแท้

สรุป ฟิล์มดำกับฟิล์มเซรามิค ต่างกันอย่างไร?

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วก็ทำให้เห็นว่าทั้ง ‘ฟิล์มกรองแสงแบบธรรมดาทั่วไป และ ฟิล์มกรองแสงแบบเซรามิค’ นั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน เนื่องจากกระบวนการผลิตฟิล์มที่ต่างกัน ทำให้คุณสมบัติต่างๆ ต่างกันด้วยเช่นกัน

ใครที่เน้นติดฟิล์มรถยนต์ราคาถูก ต้องการลดแสงบ้างเล็กน้อยก็ควรซื้อฟิล์มธรรมดา แต่ถ้าใครเน้นเรื่องการกรองรังสีกรองความร้อน รังสี UVสูง และความเป็นส่วนตัว แล้วมีกำลังซื้อก็แนะนำให้ติดฟิล์มเซรามิครอบคันไปเลย ถึงแม้ราคาจะสูงกว่า แต่ในระยะยาวแล้ว รับรองว่า คุ้มกว่าอย่างแน่นอน

หลายคนยังสงสัยว่าติดฟิล์มรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี คลิกอ่านบทความด้านล่างเลย

Topfilm Thailand เรามีบริการติดฟิล์มรถยนต์ ทั้งในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี กรุงเทพฯ และบริเวณปริมณฑล คุณสามารถติดต่อขอรับคำแนะนำหรือสอบถามค่าใช้จ่ายในการติดฟิล์มรถยนต์ ฟิล์มบ้าน ฟิล์มอาคารได้ทันที

โทร : 092-2689-689, 02-003-3583
Email : topfilm.th@gmail.com
Facebook : https://www.facebook.com/Topfilmthailand/
LINE : @Topfilmthai

โทรติดต่อtopfilm

ติดต่อfacebooktopfilm

line topfilm

topfilm ผลงานติดฟิล์มที่ผ่านมา

สินค้าและบริการติดฟิล์มอาคาร