คำถามที่พบบ่อย

“ คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับฟิล์มติดอาคาร ”

คำถามที่พบบ่อย ?

หลายๆคนอยากจะติดฟิล์มอาคารที่บ้าน คอนโด สำนักงาน แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี เพราะปัจจุบัน ฟิล์มติดอาคารมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ หลากหลายยี่ห้อมากมายเต็มไปหมด ทีมงาน Topfilm Thailand ได้รวบรวม คำถามที่พบบ่อย สำหรับคนที่ต้องการติดตั้งฟิล์ม ไม่ว่าจะเป็น ติดฟิล์มอาคารคิดราคายังไง? ติดฟิล์มอาคารความเข้มเท่าไรดี? ติดฟิล์มอาคารมีกี่ประเภท ติดแบบไหนดี? และคำถามอื่นๆอีกมากมาย ให้เป็นแนวทางในการตัดสินใจเลือกฟิล์มติดอาคารที่เหมาะสมที่สุด สำหรับบ้านของคุณ

ฟิล์มกรองแสงคิดราคาเป็นต่อตารางฟุต มีหลายแบบ หลายเกรด หลายยี่ห้อให้เลือก เริ่มต้นที่ตารางฟุตละ 65 บาท ในการประเมินราคาติดตั้งฟิล์มแต่ละครั้งเบื้องต้นจะต้องทราบขนาดกระจกแต่ละบานก่อนถึงจะประเมินราคาได้ โดยผู้ที่สนใจสามารถวัดขนาดกระจกได้ด้วยตัวเอง โดยวัดขนาดความกว้าง x ความยาว x จำนวนบาน ไม่รวมขอบ แล้วแจ้งทาง TOPFILM เจ้าหน้าที่จะทำการประเมินราคาให้ โดยคิดพื้นที่จากหน้ากว้างของฟิล์มกรองแสงที่ใช้ โดยจะคำนวณการใช้ฟิล์มให้ประหยัดที่สุด ซึ่งโดยทั่วไปฟิล์มจะมีหน้ากว้าง 1.5 เมตร หรือ 150 เซนติเมตร

  • หรือถ้าอยากจะลองคำนวณเองก็สามารถทำได้ โดยคำนวณออกมาเป็นตารางเมตรก่อนแล้วแปลงเป็นตารางฟุต ( 1 ตารางเมตร มีค่าประมาณ 10.8 ตารางฟุต) หรือ ลูกค้าท่านใดที่ไม่สะดวกวัดขนาดกระจกด้วยตัวเอง TOPFILM มีบริการประเมินราคาหน้างานฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่าย ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 0922-689-689

ฟิล์มติดอาคารโดยทั่วไปมี 5 แบบ ได้แก่
1. ฟิล์มดำ : กรองแสงลดความร้อน, ลดแสงจ้า, สร้างความเป็นส่วนตัว ราคาเริ่มต้นที่ 65-150 บาทต่อตารางฟุต
2. ฟิล์มปรอท : สะท้อนแสงเยอะ, กันความร้อนได้ดี, เงาวาวคล้ายกระจก ราคาเริ่มต้นที่ 65-160 บาทต่อตารางฟุต
3. ฟิล์มใสกันร้อน : กันความร้อนไม่บดบังทัศนวิสัย, สีกระจกไม่เพี้ยนไปจากเดิม, โชว์สิ่งของภายใน ราคาเริ่มต้นที่ 190-400 บาทต่อตารางฟุต
4. ฟิล์มนิรภัย : ลดการกระแทรก, ป้องกันการแตกกระจายของกระจก ราคาเริ่มต้นที่ 100-200 บาทต่อตารางฟุต
5. สติกเกอร์ฝ้า : เพิ่มความสวยงามให้กับกระจก, บดบังสายตาสร้างความเป็นส่วนตัว, กันความร้อนได้ในระดับหนึ่ง  ราคา 85 บาทต่อตารางฟุต

โดยทั่วไปถ้าเป็นงานติดตั้งที่อยู่อาศัย เช่น บ้าน คอนโด จะดำเนินการติดตั้งฟิล์มแล้วเสร็จภายใน 1 วัน หรือใช้เวลาเพียงแค่ 1-3 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับพื้นที่กระจก แต่ในกรณีที่เป็นงานสเกลใหญ่อาจจะใช้เวลาติดตั้ง 1 วันขึ้นไป ถ้าต้องใช้นั่งร้านสูงจะใช้เวลาติดตั้งนานกว่าปกติ แต่ไม่เกิน 3 วัน

TOPFILM รับประกันคุณภาพฟิล์มตามคุณภาพฟิล์มที่เลือกใช้ตั้งแต่ 5-15 ปี ในกรณีเกิดฟองอากาศหรืองานติดตั้งไม่เรียบร้อย และรับประกันคุณภาพของฟิล์มว่าจะไม่หลุดลอกออกจากกระจก, แห้งกรอบ, แตกร้าว กรณีสินค้าเกิดความเสียหาย ยินดีรับผิดชอบเปลี่ยนฟิล์มให้ใหม่โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
แต่จะไม่รับประกันความเสียหายอันเนื่องมาจาก
– การขูด ขัด ลอก ทำลาย โดยบุคคลที่ไม่ใช่ช่างผู้ติดตั้ง
– ฟิล์มถูกทำลายโดยเจตนา
– การใช้งานและการดูแลรักษาที่ไม่ถูกต้อง
– กรณีกระจกแตกจากอุบัติเหตุ
– ติดฟิล์มกรองแสงทับตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไป

ฟิล์มติดอาคารทุกประเภทสามารถป้องกันรังสี UV ได้ 99% จะแตกต่างกันที่ค่าแสงส่องผ่าน / ค่าสะท้อนแสง / ค่าป้องกันรังสีอินฟาเรด (IR) แต่ด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ในปัจจุบันมีฟิล์มกรองแสงประเภท UV400 ที่สามารถป้องกันรังสี UV ได้ 100% และสามารถป้องกัน Blue Light แสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อดวงตาได้อีกด้วย

โดยส่วนใหญ่ลูกค้าคอนโดทั่วไปนิยมติดฟิล์มดำกรองแสง เนื่องจากมีหลายความเข้มให้เลือกตั้งแต่ 40%-80% ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ ทั้งเรื่องทัศนวิสัยและให้ความเป็นส่วนตัว อีกทั้งยังไม่ผิดกฎการติดฟิล์มของคอนโดอีกด้วย เพราะบางคอนโดจะมีกฎให้ติดฟิล์มกรองแสงลดความร้อนได้ แต่ห้ามมีปรอท และความเข้มไม่เกินกี่เปอร์เซนต์แล้วแต่ทางคอนโดกำหนด เพื่อความแน่นอนสามารถสอบถามโดยตรงกับทางนิติบุคคลของแต่ละคอนโด

“ได้” แต่เหล็กดัดของลูกค้าต้องสามารถถอดออกได้ เพราะฟิล์มอาคารปกติจะติดจากด้านใน (ถ้าติดด้านนอกจะทำให้ฟิล์มสัมผัสแสงแดด น้ำฝน ลมโดยตรง ส่งผลให้ฟิล์มเสื่อมสภาพเร็ว) แต่หากเป็นเหล็กดัดที่ยึดติดด้านในไม่สามารถถอดออกได้ ทางลูกค้าต้องทำการให้ช่างเหล็กดัดทำการรื้อถอนออกให้ก่อนติดตั้งฟิล์ม

“ได้” สามารถติดฟิล์มกรองแสงได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องรื้อม่านออก แต่ทางที่ดีควรติดฟิล์มก่อนติดม่าน หรือติดเหล็กดัดเพื่อความสะดวกในการติดตั้งฟิล์มกรองแสง

ฟิล์มที่ข้างนอกมองไม่เห็นข้างใน แต่ข้างในสามารถมองเห็นข้างนอกได้ แนะนำเป็นฟิล์มที่มีความเข้ม 80% จะเป็นฟิล์มดำหรือฟิล์มปรอทก็ได้ (ฟิล์มดำไม่สะท้อนเงาไปฝั่งตรงข้าม ฟิล์มปรอทจะมีลักษณะเงาคล้ายกระจก แสงสะท้อนไปฝั่งตรงข้ามค่อนข้างเยอะ) ซึ่งฟิล์มประเภทนี้จะมีค่าแสงส่องผ่านประมาณ 5% ทำให้แสงสว่างเข้าได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น อีกทั้งยังกันร้อนได้ดีกว่าฟิล์มความเข้มน้อยๆอีกด้วย

ฟิล์มที่ข้างนอกมองไม่เห็นข้างในทั้งกลางวันและกลางคืนแนะนำเป็น “สติกเกอร์ฝ้า” แต่จะมองไม่เห็นกันทั้งสองฝั่ง ถ้าเป็นฟิล์มดำหรือฟิล์มปรอทความเข้ม 80% ตอนกลางวันคนข้างนอกจะมองไม่เห็นข้างใน แต่ในตอนกลางคืนถ้าข้างในเปิดไฟแสงมากกว่าภายนอกคนข้างนอกจะสามารถมองเห็นได้ ซึ่งเป็นธรรมชาติของฟิล์มกรองแสง ถ้าอยากได้ความเป็นส่วนตัวตอนกลางคืน แนะนำให้ติดม่านเพิ่มเติม หรือติดไฟจากข้างนอกสาดเข้ามาที่กระจกในตอนกลางคืนก็สามารถช่วยได้เช่นเดียวกัน

ฟิล์มกรองแสงสมัยนี้ไม่ได้มีแค่ฟิล์มดำหรือฟิล์มปรอท แต่ยังมีฟิล์มใสกันร้อนซึ่งมีคุณสมบัติกันร้อนได้ดีไม่ต่างจากฟิล์มดำเท่าไหร่ แต่เนื่องด้วยต้นทุนการผลิตฟิล์มประเภทนี้ค่อนข้างสูง จึงทำให้ฟิล์มใสกันร้อนราคาค่อนข้างสูงกว่าฟิล์มดำอยู่มาก ฟิล์มใสกันร้อนเหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการกันความร้อนแต่ไม่อยากติดฟิล์มดำเข้ม อยากให้คนข้างนอกมองเข้ามาเห็นข้างใน อยากมองเห็นวิวได้ชัดเจน เมื่อติดฟิล์มใสกันร้อนไปแล้วหลังจากติดตั้งสีจะไม่เพี้ยนไปจากสีกระจกเดิมมากนัก ฉะนั้นตามร้านค้า คาเฟ่ โชว์รูมรถยนต์จึงนิยมติดฟิล์มประเภทนี้กัน หรืออีกตัวเลือกหนึ่งคือฟิล์มประเภท ‘เซรามิค’ เป็นฟิล์มที่ใช้เทคโนโลยีแบบนาโนในการผลิต ดำเข้มจากภายนอกสว่างชัดจากภายใน และยังกันความร้อนได้ดี

TOPFILM ไม่มีขั้นต่ำในการติดตั้ง ยินดีรับติดฟิล์มกรองแสงทั้งงานเล็กและงานใหญ่ ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล หากเป็นงานติดตั้งต่างจังหวัดจะพิจารณาเป็นงานไป เช่น งานติดตั้งฟิล์มบริษัทขนาดใหญ่ โรงงาน หรือบ้านพักตากอากาศที่มีพื้นที่กระจกค่อนข้างเยอะ เป็นต้น

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เรามีบริการวัดพื้นที่และประเมินราคา ฟรี

TopFilm Thailand เปิดทำการทุกวัน 9.00-18.00 น.