ฟิล์มกรองแสงอาคาร ติดแล้ว ทำไมยังร้อน?

ฟิล์มกรองแสงอาคาร ติดแล้ว ทำไมยังร้อน?

ฟิล์มกรองแสงอาคาร

บ้านร้อน ยังคงเป็นอีกปัญหาใหญ่ของคนไทย อันเนื่องมาจากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวแทบทั้งปี ทำให้เราต้องคิดแก้ไขปัญหาบ้านร้อน ด้วยวิธีการต่างๆสารพัด ไม่ว่าจะเป็น การใช้วัสดุฉนวนกันความร้อน การใช้สปริงเกอร์บนหลังคา การติดม่านกันแดด การปลูกต้นไม้ การติดเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น ซึ่ง การติด ฟิล์มกรองแสงอาคาร ก็เป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยม เพราะประสิทธิภาพการกันร้อนสูง และลงทุนไม่แพง และดูแลง่าย เมื่อเทียบกับการลงทุนอื่นๆ แต่บ้านบางหลัง ติดฟิล์มกระจกบ้านแล้วก็ยังร้อนอยู่ดี เป็นเพราะอะไร? วันนี้ทางทีมงาน Topfilm Thailand จะมาไขข้อสงสัยกันครับ ว่าทำไมติดฟิล์มอาคารแล้วยังร้อน?

อยากลงทุนติดฟิล์มอาคาร แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี ติดต่อเราสิครับ 

โทรติดต่อtopfilm

ติดต่อfacebooktopfilm

Line@topfilm

สาเหตุหลักที่ทำให้ติดฟิล์มกรองแสงบ้านแล้วยังร้อน มีอยู่ 6 ประการ

1. ฟิล์มกรองแต่รังสีUV99%แต่ไม่กันความร้อน

ฟิล์มกรองแสงuv99%

  • ต้องอธิบายให้หลายๆคนเข้าใจก่อนว่า ความร้อน กับ แสงสว่าง กับ รังสี UV เป็นคนละส่วนกัน ฟิล์มติดบ้าน หลายๆยี่ห้อ แค่โฆษณาว่า สามารถกันรังสี UV ได้ 99% ก็จริง ซึ่งดูเป็นตัวเลขที่เยอะมาก แต่การกันรังสี UV ได้ 99% นั้น ไม่เกี่ยวกับการป้องกันความร้อนเลยแม้แต้นิดเดียว เพราะการป้องกันความร้อนนั้น ต้องดูที่การป้องกันค่ารังสีอินฟราเรด (IRR) หรือ ค่าลดความร้อนรวม (TSER) ประกอบด้วย เพราะฉะนั้น เวลาเลือกฟิล์มติดกระจกบ้าน อย่าเลือกแต่การป้องกันรังสี UV99% เพียงอย่างเดียว เท่านั้น เพราะฟิล์มกรองแสงราคาถูกๆ ก็สามารถกันรังสีUVได้99% ทั้งนั้นครับ

2. เลือกฟิล์มดำเข้มอย่างเดียว ไม่กันร้อน

ฟิล์มกรองแสงดำไม่กันร้อน

  • หลายคนเข้าใจว่า ฟิล์มกรองแสงสีเข้มเช่นฟิล์ม 80% จะสามารถกันร้อนได้ดีกว่าฟิล์มที่ไม่เข้มเช่น ฟิล์ม 40% เป็นความเข้าใจที่ถูกต้องเพียงบางส่วน ไม่ถูกต้องทั้งหมด จริงอยู่ที่ว่า แสงสว่างที่ส่องผ่านเข้ามาในห้องมีผลต่อความร้อน แต่เราต้องพิจารณาดูว่า การป้องกันรังสีความร้อน หรือ รังสีอินฟราเรดของฟิล์มนั้น เป็นอย่างไรด้วย ซึ่ง ฟิล์มกรองแสงที่ปกติสามารถป้องกันรังสีความร้อนได้มากกว่า 80% มักจะเป็นฟิล์มที่ดี
  • ถ้าจะให้เปรียบเทียบ ยกตัวอย่างเช่น ฟิล์มดำเข้ม 80% แต่ป้องกันรังสีความร้อนได้ 10% เมื่อเทียบกับฟิล์มดำเข้ม 40% ซึ่งใสกว่า แต่ สามารถป้องกันรังสีความร้อนได้ถึง 99% ก็จะทำให้ฟิล์มกรองแสงอาคารที่เข้มน้อยกว่า สามารถกันความร้อนได้ดีกว่าครับ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่เราต้องดูค่าการลดความร้อนรวม หรือ ค่า TSER นั่นเอง

3. ฟิล์มกรองแสงอาคารเสื่อมสภาพ

ฟิล์มกรองแสงอาคารเสื่อมสภาพ

  • หลายๆคนรู้สึกว่า ตอนติดฟิล์มกระจกอาคารแรกๆ ก็รู้สึกเย็นดี แต่พอผ่านไปซักพัก ก็รู้สึกว่าอากาศร้อนขึ้นๆเรื่อยๆ หลักๆเลยเป็นเพราะว่า ฟิล์มกรองแสงเสื่อมสภาพ แต่ การเสื่อมสภาพของฟิล์มติดอาคารนั้น ไม่จำเป็นที่ฟิล์มกรองแสงจะต้อง ลอก พอง หลุดออกจากระจกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น การเสื่อมสภาพนั้น รวมไปถึงที่ฟิล์มติดอาคารสีซีดลง ฟิล์มสามารถป้องกันความร้อนได้น้อยลงด้วย
  • ซึ่งการรับประกันฟิล์มกรองแสง โดยทั่วไปแล้ว จะไม่รับประกันคลอบคลุมถึงการเสื่อมสภาพด้านการป้องกันความร้อน แต่จะรับประกันแค่ ฟิล์มไม่หลุดล่อนออกมาจากกระจกเท่านั้นครับ โดยปกติแล้ว ฟิล์มปรอท หรือฟิล์มดำทั่วๆไป ฟิล์มจะเริ่มเสื่อมสภาพ ป้องกันความร้อนได้น้อยลงหลังจากปีที่ 2 เป็นต้นไป

4. ฟิล์มกรองแสงอาคารใสเกินไป

ฟิล์มกรองแสงอาคารใส

  • การเลือกฟิล์มติดบ้านหลายๆคนอยากติดฟิล์มใส เนื่องมาจาก ไม่ต้องการให้บดบังทัศนวิสัย อยากให้ติดแล้วเหมือนไม่ติดเลย แต่การติดฟิล์มกรองแสงที่ใสเกินไปนั้น บางทีก็ทำให้แสงสว่าง ส่องเข้ามาในบ้านมากเกินไปด้วยเช่นกัน ซึ่งแสงสว่างจะนำพาความร้อนจากแสงอาทิตย์เข้ามาภายในบ้าน ทำให้ฟิล์มใสที่ติดตั้ง นำความร้อนมามากกว่าฟิล์มดำ ทางที่ดีนั้น ถ้าต้องการเน้นการป้องกันความร้อนสูง แนะนำให้ติดฟิล์มกระจกบ้าน เป็นความเข้ม 60% หรือ 80% จะป้องกันความร้อนได้ดีที่สุด

5. ติดฟิล์มกรองแสงปลอม !!

ฟิล์มกรองแสงอาคารปลอม

  • หลายคน อาจจะต้องการ ฟิล์มกรองแสงยี่ห้อต่างๆ เช่น ยี่ห้อ ลามินา Hi-kool 3M แต่ไม่รู้จักวิธีดูฟิล์มกรองแสงที่ช่างนำมาติดให้ ว่าเป็นของแท้ หรือ ของปลอม โดยเฉพาะฟิล์มกรองแสงยี่ห้อดัง เพราะจริงๆแล้ว ลูกค้าสามารถตรวจสอบด้วยตาเปล่าได้ยาก การจะตรวจสอบว่าฟิล์มกรองแสงนี้เป็นของแท้หรือของปลอม เบื้องต้น ให้ดูว่าที่แผ่นฟิล์มติดอาคาร มีสกรีนโลโกของบริษัท หรือไม่ อีกทั้ง ยังต้องขอใบรับประกันที่เป็นทางการจากทางบริษัทติดฟิล์มกรองแสงได้อีกด้วย
  • ยกตัวอย่าง เช่น การติดฟิล์ม 3M ก็ควรจะต้องมีใบรับประกันจากฟิล์มกรองแสง 3M เช่นเดียวกัน เพื่อเป็นการยืนยันว่าฟิล์มที่ติดตั้งนั้นเป็นของแท้ อีกทั้ง ยังต้องระวัง! การนำฟิล์มกรองแสงรถยนต์มาติดทดแทนฟิล์มกรองแสงอาคาร นั่นทำให้ประสิทธิภาพไม่ดีเท่าที่ควรด้วย

สาเหตุสุดท้ายของบ้านร้อน นั่นก็คือ “แอร์เสีย” !! เป็นอีก 1 สาเหตุที่ติดฟิล์มกรองแสง แล้วยังรู้สึกร้อน แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับฟิล์มกรองแสงโดยตรงนะครับ เพียงแต่ว่า เป็นอีก 1 สาเหตุ ที่จากประสบการณ์แล้ว ลูกค้ามักจะมองข้าม และ จะโทษเรื่องฟิล์มกรองแสงก่อนเป็นอันดับแรก แต่เมื่อได้มีการทดสอบคุณภาพฟิล์มกรองแสงแล้วว่ายังสามารถป้องกันความร้อนได้เท่าเดิม คราวนี้ก็จะเป็นประเด็นในเรื่องของเครื่องปรับอากาศ หรือแอร์เสียแล้วครับ

เป็นยังไงบ้างครับ กับสาระความรู้ที่ทีมงาน Topfilm Thailand นำมาฝาก หลายๆคนที่ยังสงสัยอยู่ว่า ทำไมติดฟิล์มกรองแสงแล้ว บ้านยังร้อนอยู่? คราวนี้น่าจะทราบเหตุผลเพื่อที่จะนำไปแก้ไขได้แล้วครับ สำหรับท่านใดที่ยังลังเล ยังไม่แน่ใจว่าจะติดฟิล์มกรองแสงอาคารดีหรือไม่ หรือติดฟิล์มอย่างไรให้เข้ากับบ้านของคุณ สามารถปรึกษาทีมงาน Topfilm Thailand ได้ตลอดเวลา เพราะเรายินดีให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการรับติดฟิล์มบ้าน อาคาร คอนโด เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของทุกท่านให้ดีที่สุดครับ

หลายคนยังสนใจ บทความน่ารู้เพิ่มเติม

Topfilm Thailand ยินดีให้คำปรึกษา เกี่ยวกับฟิล์มกรองแสงอาคาร ก่อนตัดสินใจติดฟิล์มอาคาร

โทร : 092-2689-68902-003-3583
Email : topfilm.th@gmail.com
Facebook : https://www.facebook.com/Topfilmthailand/
LINE : Topfilmthai

โทรติดต่อtopfilm

ติดต่อfacebooktopfilm

Line@topfilm